ไวรัสเล็กมากจนกล้องจุลทรรศน์ธรรมดามองไม่เห็น มันไม่กินอาหาร ไม่หายใจ ไม่โตขึ้น และทำอะไรเองไม่ได้เลยสักอย่าง แต่พอเข้าไปในเซลล์ของเราได้เมื่อไหร่ มันสั่งให้เซลล์ผลิตไวรัสตัวใหม่เป็นพันตัว บทนี้จะพาไปดูว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร มันทำงานอย่างไร ทำไมยาปฏิชีวนะใช้ไม่ได้ผล และเราหยุดการระบาดได้อย่างไร
เลื่อนแถบเพื่อย่อขนาดทีละขั้น จากสิ่งที่ตาเปล่ามองเห็น ลงไปจนถึงไวรัสและโมเลกุล ตัวเลขหน่วยนาโนเมตรคือหนึ่งในล้านของมิลลิเมตร
ไวรัสมีของอยู่แค่ไม่กี่อย่าง คือคำสั่งพันธุกรรม กับกล่องที่ห่อมันไว้ ไม่มีเครื่องจักรของตัวเองเลย แตะดูทีละส่วน
รูปทรงของไวรัสไม่ได้สุ่มขึ้นมา แต่เป็นผลของวิธีที่โปรตีนชิ้นเล็กๆ แบบเดียวกันมาต่อกันเองให้ประหยัดคำสั่งพันธุกรรมที่สุด แตะเพื่อดูทีละแบบ
ไวรัสไม่ได้ทำร้ายเราด้วยการกัดหรือต่อย มันแค่เข้าไปยึดโรงงานในเซลล์ แล้วสั่งให้เซลล์สร้างไวรัสใหม่แทนงานเดิมของตัวเอง กดปุ่มเพื่อดูทั้งวงจร
แตะชื่อไวรัสเพื่อดูว่ามันติดต่อทางไหน ทำให้เกิดอาการอะไร และป้องกันอย่างไร สังเกตว่าทางติดต่อต่างกัน วิธีป้องกันก็ต่างกันตามไปด้วย
ทั้งสองอย่างทำให้ป่วยได้ แต่คนละชนิดกันโดยสิ้นเชิง และนี่คือเหตุผลที่หมอไม่ให้ยาปฏิชีวนะเวลาเป็นหวัด
| หัวข้อ | ไวรัส | แบคทีเรีย |
|---|---|---|
| เป็นเซลล์ไหม | ไม่เป็นเซลล์ มีแค่สารพันธุกรรมกับเปลือกโปรตีน | เป็นเซลล์เต็มตัว มีผนังเซลล์ เยื่อหุ้ม และเครื่องจักรครบ |
| ขนาด | ราว 20 ถึง 300 นาโนเมตร | ราว 1 ถึง 5 ไมโครเมตร ใหญ่กว่าราว 100 เท่า |
| เพิ่มจำนวน | ต้องเข้าไปยึดเซลล์อื่นเท่านั้น | แบ่งตัวเองได้ ถ้ามีอาหารและความชื้นพอ |
| ยาปฏิชีวนะ | ใช้ไม่ได้ผลเลย เพราะยาไปทำลายผนังเซลล์และเครื่องจักรของแบคทีเรีย ซึ่งไวรัสไม่มี | ใช้ได้ผล ถ้าเลือกยาถูกชนิด |
| ตัวอย่างโรค | หวัด ไข้หวัดใหญ่ โควิด อีสุกอีใส ไข้เลือดออก พิษสุนัขบ้า | คออักเสบจากสเตรปโตคอคคัส ฉี่หนู วัณโรค อาหารเป็นพิษบางชนิด |
| มีประโยชน์บ้างไหม | มี ไวรัสบางชนิดกินแบคทีเรีย และนำมาใช้รักษาโรคได้ ไวรัสยังถูกใช้เป็นพาหนะส่งยีนในการรักษาสมัยใหม่ | มีมาก แบคทีเรียในลำไส้ช่วยย่อยอาหารและสร้างวิตามิน ในนมเปรี้ยวและโยเกิร์ตก็มี |
ร่างกายมีระบบสองชั้น ชั้นแรกตอบสนองทันทีแบบเหมารวม ชั้นที่สองตอบช้ากว่าแต่แม่นยำและจำได้
ผิวหนัง น้ำมูก กรดในกระเพาะ และเซลล์กินเชื้อ ทำงานทันทีที่มีสิ่งแปลกปลอม ไข้ก็เป็นอาวุธอย่างหนึ่ง เพราะไวรัสหลายชนิดเพิ่มจำนวนได้ช้าลงเมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ส่วนอาการน้ำมูกไหลและไอ คือร่างกายพยายามขับเชื้อออก ไม่ใช่ตัวโรคเอง
เม็ดเลือดขาวชนิดบีสร้างแอนติบอดีที่พอดีกับไวรัสตัวนั้นตัวเดียว ส่วนชนิดทีฆ่าเซลล์ที่ติดเชื้อทิ้ง เมื่อหายแล้ว ร่างกายเก็บเซลล์ความจำไว้ เจอไวรัสตัวเดิมอีกจะจัดการได้เร็วกว่าเดิมมาก
วัคซีนเอาชิ้นส่วนของไวรัส หรือคำสั่งให้เซลล์สร้างชิ้นส่วนนั้น มาให้ร่างกายรู้จักไว้ก่อน โดยไม่ต้องป่วยจริง ร่างกายจึงสร้างแอนติบอดีและเซลล์ความจำไว้รอ ปวดแขนหรือมีไข้ต่ำๆ หลังฉีด คืออาการของระบบภูมิคุ้มกันที่กำลังซ้อม ไม่ใช่การติดเชื้อ
ไวรัสก๊อปปี้ตัวเองเร็วมากและก๊อปผิดบ่อย ความผิดพลาดเล็กๆ สะสมจนหน้าตาเปลี่ยนไป เรียกว่าการกลายพันธุ์ แอนติบอดีเดิมจึงจับไม่ค่อยติด วัคซีนไข้หวัดใหญ่จึงต้องปรับสูตรใหม่ทุกปี ส่วนไวรัสที่เปลี่ยนช้าอย่างหัด ฉีดครบแล้วคุ้มกันได้นานมาก
จุดแต่ละจุดคือคนหนึ่งคน สีเทาคือยังไม่ติด สีแดงคือกำลังป่วยและแพร่เชื้อได้ สีเขียวคือหายแล้วและมีภูมิ ลองปรับสามปุ่มด้านขวา แล้วกดเริ่ม ดูว่าเส้นโค้งของคนป่วยจะสูงแค่ไหน
ยอดป่วยพร้อมกันสูงสุดคือสิ่งที่โรงพยาบาลกลัวที่สุด เพราะเตียงและหมอมีจำกัด การทำให้เส้นโค้งแบนลงคือการยืดเวลาให้ระบบรับไหว
อ่านการ์ดแล้วเลือกว่าเชื้อโรคนี้เดินทางมาถึงตัวเราได้อย่างไร ตอบถูกติดกันได้โบนัส
ตอบถูกได้ 10 คะแนน ยิ่งถูกติดกันยิ่งได้โบนัส
คำถามทั้งหมดของบทนี้อยู่ในสนามแข่ง Body 101 เลือกได้ว่าจะแข่งกับเวลา ปะทะกับคนที่บ้าน ช่วยกันเล่นเป็นทีม ล้มบอส หรือฝึกซ้อมแบบไม่จับเวลา